top of page
ค้นหา

อาการแพ้ท้อง: จะจัดการกับอาการแพ้ท้องอย่างไร?

  • รูปภาพนักเขียน: Life Multiply Co., Ltd.
    Life Multiply Co., Ltd.
  • 21 ก.พ.
  • ยาว 1 นาที

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น แต่สำหรับแม่ท้องหลายคน อาการแพ้ท้องอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและเหนื่อยล้า อาการแพ้ท้อง หรือที่เรียกว่า Morning Sickness เป็นอาการที่พบบ่อยในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แม้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแม่ท้องได้ วันนี้เราจะมาดูกันว่า อาการแพ้ท้องคืออะไร และมีวิธีจัดการอย่างไร เพื่อให้แม่ท้องรู้สึกดีขึ้นและผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างสบายใจ


อาการแพ้ท้องคืออะไร?

อาการแพ้ท้องเป็นอาการคลื่นไส้และอาเจียนที่มักเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ โดยอาจเกิดขึ้นได้ตลอดวัน ไม่ใช่แค่ตอนเช้าอย่างที่หลายคนเข้าใจ สาเหตุหลักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงตั้งครรภ์初期

อาการแพ้ท้องมีอะไรบ้าง?

  • คลื่นไส้ (มักเกิดขึ้นตอนเช้าหรือตลอดวัน)

  • อาเจียน

  • รู้สึกเหม็นหรือไวต่อกลิ่นอาหาร

  • รู้สึกไม่สบายตัวหรืออ่อนเพลีย

  • เบื่ออาหารหรืออยากอาหารแปลกๆ


วิธีจัดการกับอาการแพ้ท้อง

1. กินอาหารมื้อเล็กแต่บ่อยครั้ง

  • แบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน แทนการกินมื้อใหญ่ 3 มื้อ

  • กินอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม, ขนมปังปิ้ง, หรือผลไม้


2. หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือรสจัด

  • หลีกเลี่ยงอาหารมันๆ หรือทอดๆ ที่ย่อยยาก


3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • จิบน้ำทีละน้อยตลอดวัน เพื่อป้องกันการขาดน้ำ

  • หากดื่มน้ำเปล่าแล้วไม่สบายท้อง ลองดื่มน้ำขิงหรือชาสมุนไพรอุ่นๆ


4. พักผ่อนให้เพียงพอ

  • อาการอ่อนเพลียอาจทำให้อาการแพ้ท้องแย่ลง ดังนั้นควรนอนหลับให้เพียงพอ

  • หากรู้สึกเหนื่อย ควรพักผ่อนทันที


5. ใช้กลิ่นบำบัด

  • กลิ่นบางอย่าง เช่น มินต์หรือมะนาว อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้

  • ลองหั่นมะนาวสดหรือดมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมินต์


6. รับประทานวิตามินบี 6

  • วิตามินบี 6 ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้

  • อย่างไรก็ดี แม่ท้องควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมใดๆ


7. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

  • หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เครียดหรือวิตกกังวล

  • อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดอาการเหม็นหรือคลื่นไส้


8. ปรึกษาแพทย์หากอาการรุนแรง

  • หากอาการแพ้ท้องรุนแรงจนไม่สามารถกินอาหารหรือดื่มน้ำได้ หรือมีอาการอาเจียนมากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะ Hyperemesis Gravidarum ที่ต้องได้รับการรักษา


สิ่งที่ควรทำเมื่อตื่นนอนตอนเช้า

  • กินขนมปังปิ้งหรือแครกเกอร์ทันทีหลังจากตื่นนอน

  • นอนพักสักครู่ก่อนลุกจากเตียง เพื่อให้ร่างกายปรับตัว


อาการแพ้ท้องเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในช่วงตั้งครรภ์แม้ว่าจะสร้างความไม่สบายตัวให้แม่ท้อง แต่ก็สามารถจัดการได้ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การปรับพฤติกรรมการกินและการพักผ่อนให้เพียงพอ หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม


 
 
bottom of page